
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025 ระหว่าง อิตาลี 1-2 เยอรมนี วันนี้ 21/3/68 – บ้านกีฬา
ศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025 รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรกจบลงด้วยชัยชนะของ เยอรมนี ที่บุกมาพลิกเอาชนะ อิตาลี 2-1 ในเกมที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น โดย บ้านผลบอล รายงาน ผลบอลสด ว่าทัพอินทรีเหล็กโชว์คาแรกเตอร์ทีมใหญ่ หลังถูกขึ้นนำเร็วแต่สามารถกลับมาคว้าชัยได้จากลูกยิงของ ทิม ไคลน์เดียนส์ และ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ขณะที่ โยชัว คิมมิช เล่นได้อย่างโดดเด่นจนคว้ารางวัล Man of the Match
อิตาลีเปิดฉากเกมได้อย่างดุดัน และเพียงแค่ 9 นาทีแรกก็สามารถทะลวงแนวรับเยอรมนีได้สำเร็จจากลูกยิงของ ซานโดร โตนาลี ที่ซัดบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างหมดจด หลังจากได้ประตูขึ้นนำ ทัพอัซซูรีพยายามคุมเกมในแดนกลางและเน้นจังหวะโต้กลับ ขณะที่เยอรมนีแม้จะครองบอลได้มากกว่าแต่ยังเจาะแนวรับอิตาลีไม่เข้า จบครึ่งแรกที่สกอร์ 1-0
ครึ่งหลัง เยอรมนีแก้เกมมาดีและมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 49 เมื่อ โยชัว คิมมิช เปิดบอลสุดแม่นยำให้ ทิม ไคลน์เดียนส์ โขกเข้าไปตุงตาข่าย ทำให้เกมเริ่มเปิดมากขึ้น อิตาลีพยายามเร่งเกมบุก แต่จังหวะสุดท้ายไม่เฉียบคมพอ กระทั่งนาทีที่ 76 เยอรมนีมาพลิกแซงเป็น 2-1 จากการที่ คิมมิช เปิดบอลอีกครั้งให้ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ยิงเข้าไป จบเกม เยอรมนีบุกมาเอาชนะอิตาลี 2-1
รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
อิตาลี (3-5-2)
ผู้รักษาประตู: จานลุยจิ ดอนนารุมมา
กองหลัง: ริคาร์โด คาลาฟิออรี, อเลสซานโดร บาสโตนี่, โจวานนี ดิ ลอเรนโซ
กองกลาง: ซานโดร โตนาลี, นิโคโล่ บาเรลล่า (ออก น.84 – ดาเนียล มัลดินี), นิโคโล่ โรเวลล่า (ออก น.64 – ซามูเอล ริชชี่), มัตเตโอ โปลิตาโน่ (ออก น.64 – ราอูล เบลลาโนว่า), เดสตินี่ อูโดกี้
กองหน้า: จาโคโม ราสปาโดรี่ (ออก น.71 – ดาเนียล มัลดินี), มอยเซ่ คีน (ออก น.83 – ลอเรนโซ่ ลูก้า)
เยอรมนี (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู: โอลิเวอร์ เบามันน์
กองหลัง: ดาวิด เราม์ (ออก น.48 – นิโค่ ชล็อตเตอร์เบ็ค), อันโตนิโอ รูดิเกอร์, โยนาธาน ทาห์, โยชัว คิมมิช
กองกลาง: เลออน โกเร็ตซ์ก้า, ปาสคาล โกรสส์ (ออก น.90 – โรเบิร์ต อันดริช)
แนวรุก: นาเดียม อามิรี (ออก น.66 – เจมี่ เลเวลิ่ง), จามาล มูเซียล่า, เลอรอย ซาเน่ (ออก น.82 – คาริม อเดเยมี่)
กองหน้า: ยานนิค บูร์การ์ดท์ (ออก น.46 – ทิม ไคลน์เดียนส์)
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เกมนี้เยอรมนีเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าที่ 59% และมีการจ่ายบอลแม่นยำกว่าถึง 88% ในขณะที่อิตาลีแม้จะขึ้นนำก่อน แต่หลังจากนั้นพวกเขาเล่นเกมรับมากเกินไปและขาดความเฉียบคมในแนวรุก เยอรมนีใช้ระบบ 4-2-3-1 ซึ่งทำให้พวกเขามีความยืดหยุ่นในการครองบอลและสร้างสรรค์โอกาส โดย โยชัว คิมมิช เป็นจุดศูนย์กลางของทีมและทำแอสซิสต์ได้ถึง 2 ครั้ง
ทางฝั่งอิตาลีเล่นในระบบ 3-5-2 เน้นการคุมแดนกลางและใช้วิงแบ็กเติมเกมรุก แต่จุดอ่อนคือแนวรับที่ยังมีช่องโหว่และไม่สามารถรับมือกับการเล่นลูกกลางอากาศของเยอรมนีได้ ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาเสียทั้งสองประตูในเกมนี้
สถิติการแข่งขัน
แม้อิตาลีจะมีโอกาสยิงมากกว่าที่ 13 ครั้ง (เข้ากรอบ 6) แต่พวกเขาขาดความแม่นยำในการจบสกอร์ ขณะที่เยอรมนีมีโอกาสยิงน้อยกว่า (10 ครั้ง) แต่สามารถเปลี่ยนเป็น 2 ประตูได้สำเร็จ เยอรมนียังเหนือกว่าในเรื่องของการครองบอล (59%) และการจ่ายบอลที่แม่นยำกว่า (88%) อิตาลีทำฟาวล์ถึง 14 ครั้งและได้รับ 2 ใบเหลือง ในขณะที่เยอรมนีทำฟาวล์ถึง 20 ครั้ง แต่ได้รับเพียงใบเหลืองเดียว
เหตุการณ์สำคัญ
⚽ 9′ ซานโดร โตนาลี ยิงให้อิตาลีนำ 1-0
⚽ 49′ ทิม ไคลน์เดียนส์ โขกตีเสมอให้เยอรมนี 1-1
⚽ 76′ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ซัดให้เยอรมนีพลิกนำ 2-1
🟨 52′ นิโคโล่ โรเวลล่า โดนใบเหลือง
🟨 74′ ดาเนียล มัลดินี โดนใบเหลือง
🔄 46′ ทิม ไคลน์เดียนส์ ลงแทน ยานนิค บูร์การ์ดท์
🔄 48′ นิโค่ ชล็อตเตอร์เบ็ค ลงแทน ดาวิด เราม์
🔄 64′ ซามูเอล ริชชี่ ลงแทน นิโคโล่ โรเวลล่า
🔄 64′ ราอูล เบลลาโนว่า ลงแทน มัตเตโอ โปลิตาโน่
🔄 66′ เจมี่ เลเวลิ่ง ลงแทน นาเดียม อามิรี
🔄 71′ ดาเนียล มัลดินี ลงแทน จาโคโม ราสปาโดรี่
🔄 82′ คาริม อเดเยมี่ ลงแทน เลอรอย ซาเน่
🔄 83′ ลอเรนโซ่ ลูก้า ลงแทน มอยเซ่ คีน
🔄 84′ ดาเนียล มัลดินี ลงแทน นิโคโล่ บาเรลล่า
🔄 90′ โรเบิร์ต อันดริช ลงแทน ปาสคาล โกรสส์
Player of the Match – โยชัว คิมมิช
โยชัว คิมมิช ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอด 90 นาที โดยเป็นคนจ่ายแอสซิสต์ให้กับทั้งสองประตูของเยอรมนี และเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีม เขาคว้าคะแนนสูงสุด 9.6 และได้รับรางวัล Man of the Match ไปครองอย่างไร้ข้อกังขา
สถานการณ์ในตารางคะแนน
ชัยชนะ 2-1 ทำให้เยอรมนีได้เปรียบอย่างมากก่อนกลับไปเล่นนัดที่สองในบ้าน ขณะที่อิตาลีต้องพยายามเก็บชัยชนะให้ได้หากหวังจะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ
การแข่งขันนัดถัดไป
ศึกใหญ่รออยู่ในเลกสองเมื่อ เยอรมนี จะกลับไปเปิดบ้านต้อนรับ อิตาลี หลังจากที่บุกไปคว้าชัยได้ก่อนในเลกแรก 2-1 ทัพอินทรีเหล็กหวังใช้ความได้เปรียบจากแฟนบอลเจ้าถิ่นปิดเกมให้ได้ ขณะที่อัซซูรี่ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อกลับมาให้ได้ในแมตช์นี้ ติดตามโปรแกรมการแข่งขันและ ตารางบอล ได้ที่ บ้านกีฬา
ติดตาม “บ้านผลบอล“ อัปเดตข่าวสารวงการฟุตบอลแบบเรียลไทม์ได้ที่ บ้านกีฬา แหล่งรวมข้อมูลฟุตบอลครบวงจร