
ดีเอโก ซิเมโอเน่ กุนซือจอมแท็กติกของ แอตเลติโก มาดริด ออกมาแสดงความมั่นใจอย่างหนักแน่นว่า ตราหมี ยังไม่หลุดจากเส้นทางการลุ้นแชมป์ ลา ลีกา ฤดูกาล 2024/25 แม้ว่าผลการแข่งขันล่าสุดจะทำได้เพียงบุกไปเสมอกับ เอสปันญ่อล 1-1 ในคืนวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา การเสมอในเกมนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับทีมยักษ์ใหญ่จากกรุงมาดริด ที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่ต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่นเต็มที่
แอตเลติโก มาดริด ภายใต้การคุมทีมของ ดีเอโก ซิเมโอเน่ ยังคงยืนหยัดอยู่ในอันดับที่สามของตารางคะแนน ลา ลีกา โดยมีคะแนนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 57 แต้มจากการลงแข่งขัน 29 นัด ถึงแม้จะต้องเสียแต้มไปในเกมนี้ แต่ซิเมโอเน่ยังคงมองเห็นความเป็นไปได้ในการคว้าแชมป์ ลา ลีกา ในฤดูกาลนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงความเป็นจริงที่ว่า บาร์เซโลน่า ทีมจ่าฝูง และ เรอัล มาดริด ทีมอันดับสอง ต่างก็ยังมีโปรแกรมการแข่งขันค้างอยู่คนละหนึ่งนัด ทำให้ช่องว่างคะแนนยังไม่ถึงกับขาดลอย
เกมการแข่งขันระหว่าง เอสปันญ่อล และ แอตเลติโก มาดริด เริ่มต้นด้วยความเข้มข้นอย่างเต็มพิกัด โดยในนาทีที่ 37 เซซาร์ อัซปิลิกวยตา กองหลังจอมบุกที่กลายมาเป็นฮีโร่ของทีมในค่ำคืนนี้ ซัดประตูสุดสวยให้ แอต. มาดริด ขึ้นนำไปก่อน 1-0 การทำประตูของอัซปิลิกวยตาถือเป็นจังหวะที่สมบูรณ์แบบและสะท้อนถึงการเล่นเกมรุกที่เด็ดขาดของทีมตราหมี
อย่างไรก็ตาม การออกนำไปก่อนของทีมเยือนก็ไม่ได้ทำให้ เอสปันญ่อล ยอมแพ้แต่อย่างใด พวกเขากลับมาต่อสู้อย่างแข็งแกร่งและสามารถตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 71 จากการยิงลูกจุดโทษของ ฆาบี ปูอาโด การตัดสินใจให้จุดโทษในจังหวะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่พลิกเกมอย่างแท้จริง เพราะมันทำให้เจ้าบ้านกลับมามีความมั่นใจและสามารถต่อสู้กับ แอต. มาดริด ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
หลังจบเกม ดีเอโก ซิเมโอเน่ ออกมากล่าวถึงผลการแข่งขันนี้อย่างตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา ให้ได้ โดยเขาระบุชัดเจนว่า “ผมพูดมาตลอดว่า ลีกนี้จะตัดสินกันในช่วงห้าเกมสุดท้าย บรรดาทีมที่อยู่ตรงนั้นในช่วงโค้งสุดท้าย จะต่อสู้กันเพื่อตำแหน่งแชมป์” คำพูดของซิเมโอเน่สะท้อนถึงความมั่นใจและการวางแผนที่รัดกุมของเขาในการพาทีมต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย
นอกจากนี้ ซิเมโอเน่ ยังยอมรับว่าผลเสมอในเกมนี้ถือว่ายุติธรรมดีแล้ว เนื่องจากทั้งสองทีมต่างต่อสู้กันอย่างเต็มที่ “เราคอนโทรลเกมได้ดีกว่าในช่วงครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังพวกเขาได้ประตูจากลูกจุดโทษ ซึ่งมันทำให้เกมมันเปลี่ยนไปเลย พวกเขาเล่นด้วยความมุ่งหวังที่จะชนะ ถือเป็นเกมที่สูสี ผมว่าผลเสมอมันก็แฟร์ดีแล้ว” คำพูดนี้สะท้อนถึงความเป็นผู้นำและการมองเกมที่ยุติธรรมของซิเมโอเน่ ที่พร้อมจะยอมรับความผิดพลาดและเดินหน้าต่อไปด้วยความมุ่งมั่น
ถึงแม้ว่าผลเสมอนัดนี้จะทำให้ แอตเลติโก มาดริด ตามหลัง บาร์เซโลน่า อยู่ที่ 6 คะแนน และตาม เรอัล มาดริด อยู่ที่ 3 คะแนน แต่การต่อสู้ยังไม่จบลง ซิเมโอเน่ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของลูกทีมและพลังของพวกเขาที่จะก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ เพื่อกลับมาท้าชิงแชมป์ได้อย่างเต็มตัวในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
การเดินหน้าต่อไปของ แอตเลติโก มาดริด ในศึก ลา ลีกา ฤดูกาลนี้ยังคงเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่ง เพราะภายใต้การคุมทีมของ ดีเอโก ซิเมโอเน่ ที่เต็มไปด้วยความเฉียบขาดและการวางแผนที่แม่นยำ ตราหมียังคงมีโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์และคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้ง ติดตามความเคลื่อนไหวของ แอตเลติโก มาดริด และทุกการต่อสู้ของพวกเขาได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา